ศรีลังกา

 

สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
Democratic Socialist Republic of Sri Lanka

 

Sri Lanka / ศรีลังกา

 

ข้อมูลทั่วไป

Sri Lanka / ศรีลังกา
 
ที่ตั้ง เป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากตอนใต้ของอินเดียประมาณ  80 กิโลเมตร 

พื้นที่ 65,610 ตารางกิโลเมตร (ประมาณร้อยละ 12 ของประเทศไทย) 

เมืองหลวง กรุงโคลัมโบ (Colombo) 

เมืองสำคัญ เมืองแคนดี้ (Kandy) เป็นเมืองหลวงเก่าและศูนย์กลางทางพุทธศาสนา
ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ 

ประชากร 20.64 ล้านคน, 20.48 ล้านคน (2556) ประกอบด้วยชาวสิงหล ร้อยละ 74   ชาวทมิฬ ร้อยละ 18 ประชากรมุสลิม (แขกมัวร์และชาวมาเลย์) ร้อยละ 7 และอื่น ๆ ร้อยละ 1   

ภูมิอากาศ มีอากาศแบบร้อนชื้น ฝนตกชุกในช่วงฤดูมรสุม  

ภาษา ภาษาสิงหลเป็นภาษาราชการและภาษาประจำชาติ (ร้อยละ 74) ภาษาทมิฬเป็นภาษาราชการเช่นกัน (ร้อยละ 18) ภาษาอังกฤษใช้ติดต่อสื่อสารทั่วไปในภาครัฐ และประชากรประมาณร้อยละ 10 สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ  

ศาสนา ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ร้อยละ 70.19, ศาสนาฮินดู ร้อยละ 12.61,    
ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 7.45, และศาสนาอิสลาม ร้อยละ 7.45 

 

หน่วยเงินตรา เงินรูปีศรีลังกา (Sri Lankan Rupee) อัตราแลกเปลี่ยน 1 รูปีศรีลังกาเท่ากับประมาณ 0.25 บาท (สถานะ ณ ก.พ. 2559) 

ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ 78.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2557)

รายได้ประชาชาติต่อหัว
  3,819.2 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณการปี 2557), ไทย : 5,977.2 ดอลลาร์สหรัฐ  

 
อุตสาหกรรมหลัก การแปรรูปสินค้าเกษตร สิ่งทอ กลั่นน้ำมัน
 
สินค้านำเข้าที่สำคัญ แร่ธาตุ เครื่องจักร สิ่งทอ โลหะงาน
 
สินค้าส่งออกที่สำคัญ เสื้อผ้า ชา ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม พลอย
 
 
ระบบการปกครอง ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ หัวหน้าฝ่ายบริหาร (Head of State and Head of Government) และผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ โดยได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ดำรงตำแหน่งสมัยละ 6 ปี ไม่เกิน 2 สมัย ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายมหินทะ ราชปักษา (Mahinda Rajapaksa) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งสมัยแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 และสมัยที่สองเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2553 

วันชาติ 4 กุมภาพันธ์ (วันประกาศเอกราช)
 
 
 
 

คำแนะนำไปท่องเที่ยวศรีลังกา

ด้านพุทธศาสนาและวัฒนธรรม

     เหตุผลที่ชัดเจนหนึ่งในการมาเที่ยวศรีลังกาคือด้านพุทธศาสนาเพราะศรีลังกามี สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนึ่งที่พิเศษไม่มีที่ไหนในโลกคือพระเขี้ยวแก้ว (พระทนต์ของพระพุทธเจ้า)ซึ่งกล่าวกันว่ามีเพียง 2 แห่งในโลกมนุษย์คือที่ศรีลังกาและที่จีนอีกแห่งหนึ่ง หากเพื่อการไปสักการะพระเขี้ยวแก้วแล้ว ก็เห็นว่าสมควรจะมา เพราะหลังพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้วสิ่งที่เหลือคือพระธรรมกับพระสงฆ์ และวัตถุต่างๆ ที่เราทราบกันว่าคือพระบรมสารีริกธาตุบ้าง รอยพระบาทบ้าง สถานที่พระพุทธเจ้าเคยบำเพ็ยเพียรหรือที่เกี่ยวข้องในฐานะสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งบ้าง รวมทั้งต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ซึ่งชาวพุทธยังคงถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ดังนั้นในบรรดาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ ที่เป็นวัตถุและเป็นอนุสรณ์ของพระพุทธเจ้าที่สำคัญก็คือพระเขี้ยวแก้วซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธเจ้า ศรีลังกาจึงมีคุณค่าสำหรับชาวพุทธฉะนี้

     นอกจากนั้นศรีลังกายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นเต้นคือต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นกิ่งที่มาจากต้นพระสรีมหาโพธิ์ต้นแรกที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพ ยรและตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฯ เป็นกิ่งที่พระนางสังฆมิตตา ธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชนำมาศรีลังกาในรัชสมัยนั้น ดังนั้นจึงถือเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่แท้แน่นอนและมีอายุยืนนานที่สุดในโลก

     ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาในอินเดียนั้นนับเป็นต้นที่สืบต่อมาเป็นช่วง ที่  4 จากจุดที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าประทับบำเพ็ญเพียร  นั่นก็หมายความว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดิมนั้นถูกทำลายไปถึง 3 ครั้ง 3 ครา ต้นที่อยู่ที่พุทธคยาในปัจจุบันเซอร์คันนิ่งแฮมได้นำหน่อที่พบในบริเวณที่ เชื่อว่าเป็นจุดบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้และปลูกเอาไว้ซึ่งก็ถือว่าเป็นรุ่นที่ 4 แล้วในจุดเดิม ดังนั้นถ้าว่าถึงต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เก่าแก่ที่สุดก็คือต้นที่พระนางสังฆมิ ตตาได้นำไปปลูกที่เมืองอนุราธปุระซึ่งก็เป็นต้นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มาก เพียงแค่ไปศรีลังกาเพื่อการนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

เมืองมรดกโลก

     นอกจากสองประเด็นที่ว่าแล้ว ศรีลังกายังมีเมืองที่เป็นมรดกโลกหลายแห่ง โดยเฉพาะสามเหลี่ยมวัฒนธรรม ดัมบูลา อนุราธปุระและโปโลนนารุวะ ซึ่งเป็นโบราณสถานคล้ายอยุธยาและสุโขทัยในบ้านเรา  ใครที่ชอบประวัติศาสตร์และโบราณคดี ก็ไม่ควรพลาดการไปเยือนศรีลังกาเพื่อการนี้

 

เมืองแห่งสยามวงศ์

     สำหรับชาวพุทธไทยยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าภูมิใจนั่นก็คือความสัมพันธ์ทาง พุทธศาสนาระหว่างสยามกับศรีลังกาในอดีตนั้นลึกซึ้งมาก นั่นคือการพึ่งพากันและกันของทั้งสองประเทศในด้านพุทธศาสนาและเป็นต้นกำเนิด ของพระสงฆ์สายสยามวงศ์ในศรีลังกา การได้ไปศรีลังกาจึงเสมือนไปย้อนรอยประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างอยุธยา กับแคนดี้ซึ่งยังคงเด่นชัดมาจนถึงทุกวันนี้

 ด้านธรรมชาติ

     อีกด้านหนึ่งที่ศรีลังกามีจุดแข็งนั่นก็คือด้านธรรมชาติ ความสวยงามของธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ ด้วยความที่เป็นประเทศเกาะและมีประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเจริญเติบโตที่นั่น จึงเป็นเสน่ห์ที่พิเศษกว่าเกาะอื่นโดยทั่วไป ศรีลังกาเป็นเกาะขนาดเล็ก เดินทางจากฝั่งเกาะด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ไปที่ไหนก็จะเห็นแต่ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า ภูเขาและวัด นักท่องเที่ยวไทยหลายคนกล่าวว่าเมื่อมาศรีลังกาแล้วผิดคาดและไม่นึกว่าจะมี ธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้ บางท่านบอกว่าเสน่ห์ของศรีลังกาอยู่ที่ธรรมชาติแบบดิบ ซึ่งหาที่ไหนไม่ค่อยได้  นอกจากนั้นหากชอบช้าง ศรีลังกามีป่าสงวนที่มีช้างป่ามากมายอีกทั้งช้างยังเป็นสัตว์ที่นำไปใช้ใน พิธีทางศาสนาคือการแห่งพระบรมสารีริกธาตุที่เรียกว่าพิธีเปราเฮรา จะใช้ช้างนับร้อยร่วมขบวนแห่ ซึ่งหาดูที่ไหนไม่ได้

 ด้านสุขภาพบำบัด

     ศรีลังกามีประเพณีและวัฒนธรรมในเรื่องของการดูแลสุขภาพที่เรียกว่าอายุรเวท ที่เก่าแก่และมีคุณค่าไม่แพ้ในอินเดีย จึงไม่น่าแปลกที่มีรีสอร์ทที่ทั้งที่พักผ่อนและรักษาสุขภาพพร้อมกันด้วยและ เป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวตะวันตก เป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่น่าสำรวจ รีสอร์ทเหล่านี้มีขนาดเล็กคล้ายโฮมสเตย์ในบ้านเราแต่จะจัดการดูแลเรื่อง สุขภาพของผู้ที่มาพักไม่ว่าจะเป็นอาหาร การนวดและกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสมุนไพร ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ศรีลังกามี

 

เรียบเรียงโดย .............................พลเดช วรฉัตร.....................เมื่อมิถุนายน 2555

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก   http://sameaf.mfa.go.th/th/country/south-asia/detail.php?ID=11#1

และ http://www.thaiembassy.org/colombo/th/thai-people/27664-คำแนะนำไปท่องเที่ยวศรีลังกา.html

Visitors: 20,839